Friday, July 23, 2021

วัคซีนทางการเงิน

หลายๆ วันที่ผ่านมานี้เราจะเจอเรื่องราวกลโกงทางการเงินที่ปรากฏในข่าวต่างๆ กลโกงเหล่านี้อาจจะมาในรูปแบบของเงินดิจิตอล หรือ กลโกงแบบหลอกให้ลงทุนเพื่อได้ผลตอบแทนสูงๆ เป็นลักษณะเครือข่ายขายของต่างๆ กลโกงเหล่านี้จะมีวิธีใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังนั้น เราจึงควรที่มี “วัคซีนทางการเงิน” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากการกลโกงสารพัดรูปแบบนี้

หากเราได้ดูสารคดี Money, Explained ใน Netflix ที่ได้พูดถึงกลโกงทางการเงินไว้ในตอน “Get Rich Quick” โดยในตอนนี้จะกล่าวถึงการที่มิจฉาชีพหากินกับคนที่อยากรวยเร็วๆ จึงออกแบบกลโกงมาล่อคนที่ขาดความรู้ทางการเงิน ในสารคดีจะแบ่งกลโกงออกมาเป็น 5 รูปแบบเพื่อหลอกล่อเรา

1.    Advance fee ช่วยจ่ายค่าธรรมเนียมมาก่อนแล้วจะส่งเงินให้ทีหลัง กลโกงวิธีมิจฉาชีพจะใช้วิธีหว่านโดยส่งจดหมาย อีเมล์หรืออาจจะเป็นข้อความ SMS มาหาเราว่า เราถูกรางวัลที่มีมูลค่าสูงมาก แต่การจะได้เงินมา ต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมไปก่อน จึงอยากจะให้เราโอนเงินค่าธรรมเนียมมา แล้วเมื่อไรที่ได้รางวัลมา ก็จะเอามาให้ คนที่หลงเชื่อก็จะโอนค่าธรรมเนียมไปให้ก่อน เพื่อหวังจะได้เงินจำนวนมหาศาล แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมา

2.    Pump and Dump ปั่นราคาแล้วเท เป็นวิธีที่พบเห็นบ่อยกับหุ้นหรือเงินดิจิตอล ที่มิจฉาชีพจะกล่อมให้ผู้คนมาลงทุนในของบางอย่างที่ดูไม่มีราคาหรือของธรรมดาๆ แต่สร้างเรื่องราวให้น่าสนใจ เพื่อปั่นราคาให้สูงขึ้น ให้คนเข้าไปซื้อ แล้วจึงเทออกขายตอนที่ราคาสูงสุดหรือราคาที่มิจฉาชีพพอใจ แล้วราคาก็กลับมาอยู่ที่เดิม ทำให้คนที่ซื้อไปได้ราคาที่อยู่บนยอดดอย 

3.    Ponzi แชร์ลูกโซ่ กลโกงวิธีนี้มิจฉาชีพจะเริ่มต้นโดยการตีสนิท ทำความรู้จักกันก่อน อาจจะปลอมแปลงให้ตัวเองดูดีดูน่าเชื่อถือว่าร่ำรวยจากการลงทุน แล้วก็จะชักชวนเราว่าหากนำเงินมาลงทุนกับเขา เขาจะทำกำไรเป็นจำนวนมากถึง 20-30% เมื่อคนเริ่มเอาเงินมาลงทุน มิจฉาชีพก็จะให้แบ่งผลตอบแทน 20-30% ตามที่บอกไว้แก่คนที่ลงทุนคนแรกโดยนำเงินลงทุนของคนสองมาจ่าย และให้ผลตอบแทนแก่คนสองโดยเอาเงินลงทุนของคนที่สามมาจ่าย จะเป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีกำไรที่เกิดขึ้นจากการบริหารที่แท้จริง เงินที่เหลือ 70-80% ที่ลงทุนของทุกคนจะตกอยู่ที่มิจฉาชีพ ซึ่งถ้าทุกคนถอนเงินพร้อมกันหรือไม่มีคนใหม่เข้ามา ระบบก็จะล่ม  

4.    Pyramid สร้างฐานสมาชิกในลักษณะพีระมิด กลโกงวิธีนี้มิจฉาชีพจะเป็นเจ้ามือจ่ายเงินให้กับคนแรกที่เข้ามาเป็นสมาชิก แล้วถ้าคนแรกพาเพื่อนมาเป็นสมัครสมาชิก ก็จะเก็บเงินค่าสมาชิกกับเพื่อนๆ ยิ่งมีสมาชิกเยอะขึ้นคนแรกก็จะได้ส่วนแบ่งจากค่าสมาชิกมากขึ้น ดังนั้นเมื่อคนที่สองเป็นสมาชิกที่มาจากการแนะนำของคนแรก ก็จะเหมือนกับพีระมิดที่ดันฐานคนที่แรกให้สูงขึ้น คนที่สองก็จะหาสมาชิกเพิ่มไปเรื่อยๆ คนที่สามสี่ห้าหกที่เข้ามาก็จะเป็นฐานให้คนที่สอง เป็นการเพิ่มฐานให้กับพีระมิดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ วิธีนี้จะพบได้บ่อยกับธุรกิจเครือข่ายที่เน้นให้คนมาเป็นสมาชิกแล้วขายของไปด้วย ถ้าของที่ขายเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ขายไม่ออก และ ไม่มีคนใหม่เข้ามา พีระมิดก็จะพังลง มิจฉาชีพที่อยู่บนสุดของพีระมิดก็จะได้เงินจากค่าสมาชิกและของที่ขายออกไปแบบสบายๆ  

5.    Coaching Scheme จูงใจให้มาจ่ายเงินเรียนเพื่อแลกกับหลักสูตรรวยเร็ว กลโกงวิธีนี้จะคล้ายกับกลโกงแบบจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเพื่อจะได้เงินที่ต้องการ แต่เป็นการจ่ายเงินเพื่อแลกกับความรู้ที่ทางมิจฉาชีพรับรองว่าจะทำเงินให้กับเรา เราอาจจะเคยได้ยินคำโฆษณาที่ว่า วิธีรวยทางลัด ทำรายได้ 1 ล้านภายใน 3 เดือน เมื่อเราสนใจเข้าไป เราต้องซื้อคอร์สเพื่อจะได้ความรู้นั้นมา ซึ่งคอร์สส่วนใหญ่ก็มักจะไม่เป็นจริงหรือเป็นจริงก็จะยากมาก มิจฉาชีพก็จะขายคอร์สแพงต่อไปอีกเรื่อยๆ เพื่อให้เราอยากได้เคล็บลับนั้นมา ซึ่งเราจะตกอยู่ในคำพูดที่สวยหรู หรือ หลงอยู่ในวิธีการขาย เช่น ถ้าทำตามนี้ง่ายๆ ก็จะได้เงินมาแน่นอน ปั้นตัวละครมาพูดโน้มน้าวให้เราเชื่อถือ แล้วจบด้วยว่าต้องรีบลงคอร์สนั้นตอนนี้ เราจะเปิดเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว 

กลโกงทั้ง 5 แบบนี้ จะมาในช่วงที่เศรษฐกิจแย่ มีโรคระบาด คนต้องการความหวัง ต้องการอะไรที่แปลกใหม่กับชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากที่เดิม ดังนั้น นอกจากที่เราควรจะมีวัคซีนป้องกันโรคแล้ว เรายังควรจะมีวัคซีนทางการเงินป้องกันการหลอกลวง ไม่ให้ตกไปเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ การจะมีวัคซีนทางการเงินนั้น ก็จะมาจากการได้รับความรู้ด้านทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) มีความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน เข้าใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนการลงทุน อัตราเงินเฟ้อ การวางแผนการเงิน การวางแผนการเกษียณ สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นภูมิต้านทานป้องกันการหลอกลวงทางการเงินให้กับตัวเราได้ 

Friday, October 23, 2020

มาตราการช๊อปดีมีคืน

รัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ และ ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้านั้นจะนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นมาตราการที่เรียกว่า “ช๊อปดีมีคืน” โดยรายละเอียดของมาตราการ "ช๊อปดีมีคืน" จะมีดังนี้

1.      ต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการภายในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563 เท่านั้น

2.      ต้องมีหลักฐานการซื้อ เป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปหรือใบเสร็จรับเงิน

3.      สามารถนำไปลดหย่อนได้ตามจริง (ราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) และ ยอดที่จะนำมาลดหย่อนต้องไม่เกิน 30,000 บาท

4.      สินค้าที่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนได้จะมีดังนี้

สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันละก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หนังสือพิมพ์นิตยสารทั้งในรูปแบบเล่มปกติและในรูปแบบ E-book ค่าทัวร์ และ ค่าที่พักโรงแรม

5.      ผู้ลดหย่อนต้องไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน หรือ ผู้ที่ได้สิทธิมาตราการคนละครึ่ง

ถ้าเราต้องซื้อสินค้าเป็นปกติอยู่แล้ว ก็อย่าลืมขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อคนที่จะเอามาลดหย่อนนะคะ จะทำให้เราประหยัดภาษีได้มากขึ้นคะ



 

Monday, December 30, 2019

Wednesday, October 9, 2019

เงินประกันชีวิตที่ถูกทอดทึ้ง


หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า หากเราเคยทำประกันชีวิต หรือ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ทำประกันชีวิตแล้ว มีเงินคืนออกมา หรือ มีเงินผลประโยชน์จากการเสียชีวิตออกมา แต่เราไม่ได้ไปรับเงินนั้น อาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่ามีเงินคืนออกมา หรือ ญาติพี่น้องทำประกันแล้วไม่ได้บอกใครว่าเราเป็นผู้รับผลประโยชน์ เงินตรงนี้จะเรียกว่าเงินประกันชีวิตที่ถูกทอดทึ้ง บริษัทประกันจะเก็บเงินตรงนี้ไว้ 10 ปีเพื่อรอให้มีคนมารับ แต่ถ้าเลย 10 ปีแล้ว บริษัทประกันจะส่งไปให้ กองทุนประกันชีวิตเก็บไว้อีก 10 ปี ถ้าสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครมารับเงินตรงนี้ กองทุนประกันชีวิตก็จะเอาไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นแก่ส่วนรวมต่อไป สาเหตุที่ทำให้คนไม่ได้มาติดต่อขอรับเงินจากบริษัทประกันก็คือ
1.    ผู้ทำประกันชีวิตขาดส่งเบี้ยประกัน จึงคิดว่าสัญญาสิ้นสุดแล้ว แต่ในความจริงเมื่อหยุดจ่ายเบี้ย กรมธรรม์อาจจะมีมูลค่าเงินค้างไว้อยู่ และอาจจะมีเงินออกมาเมื่อครบกำหนดสัญญาก็ได้ ผู้ทำประกันชีวิตก็เลยไม่รู้ว่ามีเงินในส่วนตรงนี้ จึงลืมมันไป และ ปล่อยทึ้งไว้ เพราะคิดเอาเองว่าสัญญาน่าจะสิ้นสุดแล้ว ดังนั้นหากใครที่มีทำประกันชีวิตไว้แล้วไม่ได้ส่งเบี้ยต่อ ก็ควรติดต่อกับบริษัทประกันเพื่อเช็คมูลค่าเงินประกันที่อาจจะมีอยู่
2.    ผู้ทำประกันชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่โดยไม่ได้แจ้งให้กับบริษัทประกันรับทราบ เมื่อมีเช็คเงินคืนออกมา ผู้ทำประกันชีวิตก็จะไม่ได้รับเช็ค ทำให้เช็คหาย หรือ เช็คถูกส่งคืนไปยังบริษัทประกัน ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ก็ควรแจ้งให้กับบริษัทประกันทราบ หรือ แจ้งกับบริษัทประกันว่า ต่อไปจะรับเงินคืนผ่านบัญชีธนาคารแทนการรับเงินเป็นเช็ค
3.    ผู้ทำประกันชีวิต ไม่เข้าใจในเอกสาร และ ไม่สามารถสอบถามใครได้ ปัญหานี้เกิดจากตัวแทนประกันที่เราทำประกันนั้นไม่ได้ติดต่อกันหรือไม่ได้ทำอาชีพตัวแทนประกันแล้ว ทำให้ผู้ทำประกันไม่รู้ว่าจะไปติดต่อกับใครหรือไปรับเงินที่ไหน ดังนั้นถ้าหากติดต่อตัวแทนไม่ได้ ให้ติดต่อกับบริษัทประกันแทนเลย
4.    ผู้ทำประกันชีวิตเสียชีวิต แต่ไม่เคยบอกกับผู้รับผลประโยชน์ว่ามีการทำประกันและมอบผลประโยชน์ให้ ทำให้ไม่มีใครรู้ จึงไม่มีการติดต่อขอรับเงิน ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่ทำประกันไว้นานแล้ว เอกสารก็ไม่ได้เก็บไว้ เมื่อเสียชีวิตไปแล้วลูกหลานก็ไม่ทราบว่ามีประกันชีวิต ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหานี้ ผู้ทำประกันควรจดบันทึกการประกันชีวิตเอาไว้ อาจจะเก็บไว้คู่กับพินัยกรรม เผื่อว่าวันหนึ่งลูกหลานจะได้หาเจอ
หากเราสงสัยว่าเราเป็นหนึ่งในสิทธิของคนที่ได้รับเงินจากประกัน ให้รีบติดต่อกับบริษัทประกัน เราสามารถโทรไปสอบถามบริษัทประกันเพื่อสิทธิและประโยชน์ของเรานะคะ