Saturday, April 25, 2026

สรุปประโยชน์ประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นปี 2569

ในปี 2569 ประกันสังคมมีการปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของเงินสมทบที่เพิ่มขึ้น และ ผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกันตนจากเดิมที่ ฐานเพดานค่าจ้างสูงสุดอยู่ที่ 15,000 จะถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 17,500 ทำให้ต้องส่งเงินสมทบจากเดิมที่ส่งอยู่เดือนละ 750 บาท เป็นเดือนละ 875 บาท แต่ผู้ประกันตนก็จะได้ผลประโยชน์จากประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นเพิ่มดังนี้

  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย หากต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัว จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง จากเดิม 7,500 บาทเป็น 8,750 บาท 
  • เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ หากเกิดทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างไปตลอด จากเดิม 7,500 บาทเป็น 8,750 บาท

  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต หากเราส่งเงินสมทบมาแล้วมากกว่า 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้าง เป็น 12 เท่า จากเดิม 90,000 บาทเป็น 105,000 บาท

  • เงินสงเคราะห์คลอดบุตร หากมีการคลอดบุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์เพื่อการคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน จากเดิม 22,500 บาทเป็น 26,250 บาท

  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน หากถูกเลิกจ้างงาน จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง จากเดิม 7,500 บาท เป็น 8,750 บาท

  • เงินบำนาญชราลภาพ หากส่งเงินสมทบครบ 15 ปี จะได้รับบำนาญ จากเดิม 3,000 บาทต่อเดือน เป็น 3,500 บาทต่อเดือน แะ ถ้าส่งเงินสมทบครบ 25 ปี จะได้รับบำนาญ จากเดิม 5,250 บาทต่อเดือน เป็น 6,125 บาทต่อเดือน

Saturday, January 20, 2024

หาหมอออนไลน์

หลังจากที่สถานการณ์โควิดได้เกิดขึ้น ทำให้การดำรงชีวิตของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น เราสามารถอยู่บ้านใช้ชีวิตประจำวันได้โดยที่ไม่ต้องออกไปพบปะผู้คน ไม่ต้องไปไหนก็สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ การเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เกิดขึ้นก็คือ เราสามารถหาหมอออนไลน์ได้ พูดคุยปรึกษากับแพทย์โดยไม่ต้องเจอตัวกัน วินิจฉัยโรค สั่งยา ผ่านทางออนไลน์ทั้งหมด สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นทางเลือกของเราที่จะประหยัดเวลา และ สะดวกสบายยิ่งขึ้น ผู้ให้บริการหาหมอออนไลน์จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ 

  1. หาหมอออนไลน์ที่จัดทำขึ้นโดยโรงพยาบาลเอง เป็นการปรึกษาแพทย์ บริการ Telemedicine โดยแพทย์ในโรงพยาบาลนั้นๆ ที่จัดสรรเวลามารับคนไข้ออนไลน์ หากเรามีประวัติกับทางโรงพยาบาลอยู่แล้วก็จะทำให้การรักษารวดเร็วยิ่งขึ้น การหาหมอออนไลน์ของบางโรงพยาบาลยังสามารถเบิกสิทธิ ประกันสังคม 30 บาทรักษาทุกโรค หรือ เคลมกับบริษัทประกันได้อีกด้วย

  2. หาหมอออนไลน์ที่จัดทำขึ้นโดยคนกลาง คนกลางอาจจะมาจากภาครัฐ หรือ เป็นเอกชน ที่มาร่วมมือกันจัดทำแอปพลิเคชั่นหาหมอออนไลน์ขึ้น เพื่อรวบรวมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร จากหลายๆ ที่ และ หลายๆ โรงพยาบาลมาให้คำปรึกษาทางการรักษา ประเมินอาการเบื้องต้น หรือ จัดยาที่เหมาะสมแล้วส่งไปให้ถึงบ้าน 

  3. หาหมอออนไลน์ที่จัดทำขึ้นโดยบริษัทประกัน โดยบริษัทประกันจะมีแพทย์ที่เป็น Partner กับทางบริษัทประกันอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเรามีการซื้อประกันกับทางบริษัทประกันนั้น บริษัทประกันก็จะมีบริการหาหมอออนไลน์ผ่านทางเวบไซต์ หรือ แอปพลิเคชั่นที่ทางบริษัทประกันจัดทำขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถเคลมค่ารักษากับทางบริษัทประกันได้ทันที 

 

Monday, March 27, 2023

7 ข้อที่ควรรู้ก่อนทำพินัยกรรม

7 ข้อที่ควรรู้ก่อนทำพินัยกรรม

การทำพินัยกรรมคือ การแสดงความตั้งใจที่จะมอบทรัพย์สินให้เป็นมรดกแก่บุคคลที่เราต้องการ แต่การทำพินัยกรรมนี้ก็มีข้อที่เราควรรู้ก่อน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว

1. ในพินัยกรรม ผู้รับมรดกจะเป็นใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทก็ได้

2. หากผู้รับมรดกตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม พินัยกรรมก็จะตกไป ใช้บังคับไม่ได้

3. ไม่สามารถทำพินัยกรรมยกให้สัตว์เลี้ยงได้ ผู้รับมรดกต้องเป็นคน จะเป็นสัตว์เลี้ยงไม่ได้

4. หากในพินัยกรรมมีการกำหนดเงื่อนไข ว่าต้องเกิดเงื่อนไขนี้ก่อน จึงจะรับมรดกได้ แต่ผู้รับมรดกเกิดตายก่อนเงื่อนไขที่จะสำเร็จ  หรือ ปรากฏว่าเงื่อนไขนี้ไม่อาจสำเร็จได้อย่างแน่นอน พินัยกรรมนี้ก็จะตกไป 

5. หากทรัพย์สินที่ผู้ทำพินัยกรรมต้องการที่จะยกให้ ถูกทำลาย หรือ สูญหายในขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ ก็จะถือว่าทรัพย์สินนี้ในพินัยกรรมได้ตกไป ใช้บังคับไม่ได้

6. ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมมีสิทธิที่จะสละมรดกได้ แต่จะเลือกสละบางส่วน เลือกเอาบางส่วนไม่ได้ สละต้องสละทั้งหมด

7. หากในการเขียนพินัยกรรมที่ต้องมีพยาน  พยานและคู่สมรสพยานจะไม่สามารถเป็นผู้รับมรดกได้



Friday, October 21, 2022

ทำไมต้องวางแผนมรดก

การวางแผนมรดก (Estate Planning) คือกระบวนการวางแผนจัดการ เพื่อให้การส่งต่อทรัพย์สินเป็นไปตามความต้องการของเจ้าของทรัพย์สินเมื่อเจ้าของทรัพย์สินได้เสียชีวิตไปแล้ว

 
ดังนั้น หากเรามีทรัพย์สินไม่ว่าจะมากหรือน้อย แล้วทรัพย์สินเหล่านี้มันเกี่ยวข้องกับหลายๆ คน ที่อาจจะเป็นผู้สืบสันดาน ญาติ หรือ เจ้าหนี้ เราจึงต้องมีการวางแผนมรดก 

  1.  เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินได้ถูกส่งต่อไปยังทายาทคนที่เราต้องการ 
  2.  เพื่อมั่นใจว่าทายาทคนที่เราต้องการได้รับทรัพย์สินนั้น ได้รับทรัพย์สินครบถ้วน
  3.  เพื่อให้กระบวนการส่งต่อทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาไปกับข้อกฏหมาย หรือ ข้อจำกัดต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเสียชีวิตแล้ว 
  4.  เพื่อให้กระบวนการส่งต่อมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด สูญเสียทรัพย์สินที่มีอยู่ให้น้อยที่สุด ลดปัญหาด้านภาษีมรดก และ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้เสียชีวิตไปแล้ว 
  5.  เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของเราที่อาจจะส่งต่อไปยังทายาท ให้หนี้สินของเราได้หมดไปไม่ต้องเป็นภาระกับทายาทอีก
  6.  เพื่อป้องกันปัญหาความวุ่นวายของทายาทที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้ครอบครัวเข้าใจในความตั้งใจของเราที่จะมอบทรัพย์สินให้ใคร ตัดปัญหาทายาทโดยธรรมที่ไม่ได้ตั้งใจจะมอบให้ 
  7.  เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่จะมาดูแลทรัพย์สินของเรา หรือ ดูแลทายาทต่อแทนเรา เป็นคนที่เราตั้งใจไว้และไว้วางใจมากที่สุด


Monday, February 21, 2022

ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายอสังหา: กรณีทั่วไปที่ไม่ได้รับมาจากมรดก

เมื่อเราได้ตกลงที่จะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะโอนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขั้นตอนนี้เราต้องไปที่ดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเขตที่ดิน หรือ สำนักงานที่ดินจังหวัด ซึ่งนอกจากเราจะต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแล้ว เราก็ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในการโอนเช่นกัน ค่าใช้จ่ายในการโอนขึ้นกับการตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้นเราก็ควรรู้ว่าค่าใช้จ่ายในการโอนว่าประกอบ ด้วยอะไรบ้าง จะได้คำนวณเตรียมเงินเอาไว้ก่อน

1.    ค่าธรรมเนียมการโอน จะอยู่ที่ 2% ของราคาประเมิน แต่ในปี 2565 นี้ถ้าราคาของอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ค่าธรรม-เนียมในการโอนนี้จะปรับลดลงเหลือ 0.01% ค่าธรรมเนียมในการโอนนี้ก็แล้วแต่ตกลงกับผู้ซื้อและผู้ขายว่าใครจะรับผิดชอบไป

2.    ค่าจดจำนอง จะอยู่ที่ 1% ของมูลค่าจดจำนอง แต่ในปี 2565 นี้ถ้าราคาของอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ค่าจดจำนองในการโอนนี้จะปรับลดลงเหลือ 0.01% ค่าจดจำนองในการโอนนี้ก็แล้วแต่ตกลงกับผู้ซื้อและผู้ขายว่าใครจะรับผิดชอบไป

3.    ค่าอากรแสตมป์ หากผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาแล้วมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือถือครองเกิน 5 ปี จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ คิดที่ 0.5% ของราคาซื้อขาย หรือ ราคาประเมิน แล้วแต่ราคาไหนจะสูงกว่ากัน ถ้าเสียอากรแสตมป์แล้วก็ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอีก ค่าอากรแสตมป์นี้ผู้ขายจะเป็นผู้รับผิดชอบ

4.    ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ใช้ในกรณีที่ไม่เข้าข่ายเสียอากรแสตมป์ก็จะมาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน คิดที่ 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินแล้วแต่ราคาไหนจะสูงกว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ผู้ขายจะเป็นผู้รับผิดชอบ

5.    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ถ้าผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาจะเอาราคาประเมินมาหักค่าใช้จ่ายที่ถือครอง แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง แล้วคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วคูณกับจำนวนปีที่ถือครองก็จะได้ยอดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานี้ผู้ขายจะเป็นผู้รับผิดชอบ