Sunday, December 31, 2017

มาจัดการหนี้รับปีใหม่กันเถอะ



หากเราเป็นหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว แล้วเริ่มอยากที่จะจัดการกับหนี้พวกนี้ เริ่มต้นปีใหม่นี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่เราควรมาจัดการหนี้กัน เคล็บลับง่ายๆ ที่ทุกตำราการจัดการหนี้แนะนำคือ
1.      สำรวจหนี้ของเราก่อนว่ามีจำนวนเท่าไร และ เป็นหนี้ประเภทใดบ้าง เขียนและแจกแจงมาเลยว่าตอนนี้เหลือเงินต้นเท่าไร ต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละเท่าไร และ ต้องจ่ายวันที่เท่าไร
2.      สำรวจรายรับรายจ่ายของตัวเราเอง รายรับมีจำนวนเท่าไร รายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนมีจำนวนเท่าไร หักลบกันแล้วเหลือเงินไหม ถ้าไม่เหลือ เราสามารถที่จะลดรายจ่ายส่วนไหนออกได้บ้าง หรือ หางานทำเพิ่ม เพื่อเราจะได้เงินเหลือไว้ไปบริหารหรือจัดการหนี้ต่อไป
3.    ชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยที่สูงที่สุดก่อน เราจะได้หมดภาระกับหนี้นี้ได้เร็วที่สุด
4.    หยุดก่อหนี้เพิ่ม การหยุดก่อหนี้เพิ่มถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากการติดกับดักหนี้ ให้ท่องขึ้นใจไว้ว่า อย่าก่อหนี้เพิ่มหากเรายังปลดภาระหนี้ของเดิมไม่หมด
5.    สรุปข้อผิดพลาด บทเรียนที่เกิดขึ้นจากการเป็นหนี้ การสรุปข้อผิดพลาดนี้จะทำให้เรารู้ว่าเราทำอะไรผิดพลาดไป เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจไม่ให้ทำอีก หรือ ไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำขึ้นมาอีก ถ้าหนทางมันมืดมิดหรือไม่รู้จะมีทางออกอย่างไร ลองปรึกษากับเจ้าหนี้ขอประนีประนอมหนี้ หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็น “คลินิกแก้หนี้” ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดตั้ง
ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกคนโชคดี เริ่มต้นชีวิตที่สดใส ปลอดจากการมีหนี้กันทุกคนนะคะ

Friday, October 13, 2017

สถิตในดวงในตราบนิจนิรันดร์



สถิตในดวงในตราบนิจนิรันดร์

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า

นางสาว พิชญารัตน์ เนียมบุบผา

Friday, June 30, 2017

บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา ก็เอามาลดหย่อนภาษีได้



เมื่อเราได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา ทางกรมสรรพากรก็จะให้เรานำยอดเงินที่เราบริจาคนี้ไปเป็นค่าลดหย่อนในการเสียภาษีบุคคลธรรมดา โดยสามารถลดหย่อนได้ถึง 2 เท่าของยอดเงินที่เราบริจาค ซึ่งถือว่าเป็นแรงจูงใจที่ทำให้คนอยากที่จะบริจาค แต่สรรพากรก็มีกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษาดังนี้คะ
1     ต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น ถ้าบริจาคเป็นสิ่งของจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้
2     สถานศึกษาที่รับบริจาคต้องเป็นสถานศึกษาของทางราชการ หรือ องค์กรรัฐบาล โรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จะไม่รวมโรงเรียนนอกระบบ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนสอนดนตรี เราสามารถเช็ครายชื่อโรงเรียนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html
3     ต้องเป็นการบริจาคที่ระบุวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าให้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา เช่น เพื่อสร้างอาคาร จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา จัดหาครู อาจารย์ หรือ เป็นทุนการศึกษา
4     ต้องมีหลักฐานจากสถานศึกษาว่าเราได้บริจาคเงินให้กับสถานศึกษานั้นจริงๆ หากไม่มีหลักฐานก็จะไม่สามารถเอามาลดหย่อนได้

Tuesday, May 23, 2017

รูดบัตรเดบิต มีสิทธิลุ้น “เงินล้าน” ทุกเดือน



เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้เงินสด มาเป็นใช้การบัตรเดบิตแทน ทางกระทรวงการคลังจึงออกโครงการสนับสนุนการใช้บัตรเดบิตโดยมีรางวัลให้ลุ้นสูงสุดถึง 1,000,000 บาท โดยจะเริ่มแจกโชคในวันที่ 16 มิย. เป็นวันแรก และจะแจกต่อทุกเดือนติดต่อกัน 12 เดือน รวมรางวัลที่จะแจกทั้งสิ้น 84,000,000 บาท วิธีการเข้ารวมก็ง่ายมากคะ แค่ใช้จ่ายผ่านร้านที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งร้านเหล่านี้จะมีป้ายบอกอย่างชัดเจนที่หน้าร้าน เมื่อมีการใช้จ่ายก็แค่เก็บสลิปที่รูดไว้ แล้วติดตามการประกาศผู้โชคดีที่ www.epayment.go.th ทุกวันที่ 16 หากโชคดีได้รับรางวัล ธนาคารของบัตรเดบิตที่เราใช้นั้น จะเป็นผู้ติดต่อมาให้ไปรับรางวัล การแจกรางวัลนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1.      ตัวผู้ใช้บัตรเดบิตเอง ต้องใช้บัตรเดบิตของสถาบันการเงินในประเทศไทยเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการภายในประเทศ แต่จะไม่รวมการซื้อของออนไลน์และการโอนเงิน
2.      ร้านค้าที่รับชำระด้วยบัตรเดบิต ร้านค้านี้ต้องมีรายได้ในปีนั้นไม่เกิน 500 ล้านบาท และ มีการติดตั้งเครื่องรูดบัตร (เครื่อง EDC) จากทางภาครัฐ
รางวัลจะมีมูลค่าสูงสุดที่ 1,000,000 บาท หนึ่งรางวัล และรางวัลย่อยลงไปจนถึงต่ำสุดที่ 2,000 บาท สี่ร้อยห้าสิบรางวัล รวมกว่าหนึ่งพันรางวัลที่จะแจกในโครงการนี้ หากใครที่ใช้จ่ายด้วยเงินสดเป็นประจำ ก็ลองมาเปลี่ยนจ่ายด้วยบัตรเดบิตบ้าง จะได้ทั้งความสะดวกและแถมยังมีสิทธิลุ้นรางวัลอีกด้วยคะ