Friday, October 23, 2020

มาตราการช๊อปดีมีคืน

รัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ และ ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้านั้นจะนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นมาตราการที่เรียกว่า “ช๊อปดีมีคืน” โดยรายละเอียดของมาตราการ "ช๊อปดีมีคืน" จะมีดังนี้

1.      ต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการภายในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563 เท่านั้น

2.      ต้องมีหลักฐานการซื้อ เป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปหรือใบเสร็จรับเงิน

3.      สามารถนำไปลดหย่อนได้ตามจริง (ราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) และ ยอดที่จะนำมาลดหย่อนต้องไม่เกิน 30,000 บาท

4.      สินค้าที่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนได้จะมีดังนี้

สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันละก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หนังสือพิมพ์นิตยสารทั้งในรูปแบบเล่มปกติและในรูปแบบ E-book ค่าทัวร์ และ ค่าที่พักโรงแรม

5.      ผู้ลดหย่อนต้องไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน หรือ ผู้ที่ได้สิทธิมาตราการคนละครึ่ง

ถ้าเราต้องซื้อสินค้าเป็นปกติอยู่แล้ว ก็อย่าลืมขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อคนที่จะเอามาลดหย่อนนะคะ จะทำให้เราประหยัดภาษีได้มากขึ้นคะ



 

Monday, December 30, 2019

Wednesday, October 9, 2019

เงินประกันชีวิตที่ถูกทอดทึ้ง


หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า หากเราเคยทำประกันชีวิต หรือ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ทำประกันชีวิตแล้ว มีเงินคืนออกมา หรือ มีเงินผลประโยชน์จากการเสียชีวิตออกมา แต่เราไม่ได้ไปรับเงินนั้น อาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่ามีเงินคืนออกมา หรือ ญาติพี่น้องทำประกันแล้วไม่ได้บอกใครว่าเราเป็นผู้รับผลประโยชน์ เงินตรงนี้จะเรียกว่าเงินประกันชีวิตที่ถูกทอดทึ้ง บริษัทประกันจะเก็บเงินตรงนี้ไว้ 10 ปีเพื่อรอให้มีคนมารับ แต่ถ้าเลย 10 ปีแล้ว บริษัทประกันจะส่งไปให้ กองทุนประกันชีวิตเก็บไว้อีก 10 ปี ถ้าสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครมารับเงินตรงนี้ กองทุนประกันชีวิตก็จะเอาไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นแก่ส่วนรวมต่อไป สาเหตุที่ทำให้คนไม่ได้มาติดต่อขอรับเงินจากบริษัทประกันก็คือ
1.    ผู้ทำประกันชีวิตขาดส่งเบี้ยประกัน จึงคิดว่าสัญญาสิ้นสุดแล้ว แต่ในความจริงเมื่อหยุดจ่ายเบี้ย กรมธรรม์อาจจะมีมูลค่าเงินค้างไว้อยู่ และอาจจะมีเงินออกมาเมื่อครบกำหนดสัญญาก็ได้ ผู้ทำประกันชีวิตก็เลยไม่รู้ว่ามีเงินในส่วนตรงนี้ จึงลืมมันไป และ ปล่อยทึ้งไว้ เพราะคิดเอาเองว่าสัญญาน่าจะสิ้นสุดแล้ว ดังนั้นหากใครที่มีทำประกันชีวิตไว้แล้วไม่ได้ส่งเบี้ยต่อ ก็ควรติดต่อกับบริษัทประกันเพื่อเช็คมูลค่าเงินประกันที่อาจจะมีอยู่
2.    ผู้ทำประกันชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่โดยไม่ได้แจ้งให้กับบริษัทประกันรับทราบ เมื่อมีเช็คเงินคืนออกมา ผู้ทำประกันชีวิตก็จะไม่ได้รับเช็ค ทำให้เช็คหาย หรือ เช็คถูกส่งคืนไปยังบริษัทประกัน ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ก็ควรแจ้งให้กับบริษัทประกันทราบ หรือ แจ้งกับบริษัทประกันว่า ต่อไปจะรับเงินคืนผ่านบัญชีธนาคารแทนการรับเงินเป็นเช็ค
3.    ผู้ทำประกันชีวิต ไม่เข้าใจในเอกสาร และ ไม่สามารถสอบถามใครได้ ปัญหานี้เกิดจากตัวแทนประกันที่เราทำประกันนั้นไม่ได้ติดต่อกันหรือไม่ได้ทำอาชีพตัวแทนประกันแล้ว ทำให้ผู้ทำประกันไม่รู้ว่าจะไปติดต่อกับใครหรือไปรับเงินที่ไหน ดังนั้นถ้าหากติดต่อตัวแทนไม่ได้ ให้ติดต่อกับบริษัทประกันแทนเลย
4.    ผู้ทำประกันชีวิตเสียชีวิต แต่ไม่เคยบอกกับผู้รับผลประโยชน์ว่ามีการทำประกันและมอบผลประโยชน์ให้ ทำให้ไม่มีใครรู้ จึงไม่มีการติดต่อขอรับเงิน ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่ทำประกันไว้นานแล้ว เอกสารก็ไม่ได้เก็บไว้ เมื่อเสียชีวิตไปแล้วลูกหลานก็ไม่ทราบว่ามีประกันชีวิต ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหานี้ ผู้ทำประกันควรจดบันทึกการประกันชีวิตเอาไว้ อาจจะเก็บไว้คู่กับพินัยกรรม เผื่อว่าวันหนึ่งลูกหลานจะได้หาเจอ
หากเราสงสัยว่าเราเป็นหนึ่งในสิทธิของคนที่ได้รับเงินจากประกัน ให้รีบติดต่อกับบริษัทประกัน เราสามารถโทรไปสอบถามบริษัทประกันเพื่อสิทธิและประโยชน์ของเรานะคะ